ทุกความสำเร็จย่อมมีที่มา ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ อิตาลี มันชินิ คอมพลีท

0
120
มันชินี่

Mancini Job 🏆

ทุกความสำเร็จย่อมมีที่มา
การคว้าแชมป์ยูโร สมัยสองของอิตาลีก็เช่นกัน

ผมเขียนเรื่องราวส่วนหนึ่งของทีมอัสซูรี ใน น.ส.พ. สตาร์ซอกเกอร์ วันก่อนชิงชนะเลิศ
คัดลอกบางส่วนมาให้อ่านกันสำหรับคนที่ไม่ได้จับหนังสือพิมพ์
ถือว่าช่วงลอคดาวน์ อ่านเพลินๆ ก็แล้วกันนะครับ

แก่นแท้ของทีม “แชมป์ยูโร” จากแผ่นดินรองเท้าบู้ตคืออะไร
👇👇👇

พี่น้องอิตาเลียน…🇮🇹
ภาพจำหน้ากีฬาอิตาลีวันที่ 13 พ.ย. 2017 ที่ จีจี บุฟฟอน ร้องไห้ หลังจากอิตาลีไม่สามารถยิงประตูสวีเดน แล้วตกรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2018 คือภาพที่ทำให้คนอิตาเลียนร้องไห้ตามด้วยความผิดหวังทั้งแผ่นดิน

อิตาลีไม่ได้ไปเล่นบอลโลก….
(ครั้งแรกนับจากปี 1958)

มันเป็นไปได้ยังไงที่ขาดอิตาลีในบอลโลก มันยิ่งกว่าโศกนาฏกรรมนิยายน้ำเน่าหลากหลายเรื่องบนโลกใบนี้ กัซเตตา เดลโล สปอร์ต พาดหัวสันๆ ว่า “มันจบแล้ว” มันไม่น่าแปลกใจเมื่อโฆษกประกาศชื่อโค้ช จิอัมปิเอโร เวนโตลา ที่ไม่เคยมีประสบการณ์แชมป์อะไรเลย
พร้อมเสียงโห่ของแฟนบอลในซาน ซิโร นี้มันก็ชัดอยู่แล้วถึงความล้มเหลวของสหพันธ์ฟุตบอลอิตาลี ที่เลือก เวนโตรา มาเป็นโค้ช

ลา รีปุบบลิกา อีกหนึ่งฉบับพาดหัว “หายนะมาพร้อมกับสีน้ำเงิน” เมื่ออิตาลีไม่สามารถยิงประตูสวีเดนที่ไม่ได้เล่นดีอะไรขนาดนั้น ในเนื้อข่าวตำหนิทีมงานข้างสนาม “ขาดเทคนิคการจัดการแทกติกฟุตบอล”

ช่วงนั้นทุกคนถามหาชื่อ คาร์โล อันเชลอตติ แต่สุดท้ายหวยมาออกที่ โรแบร์โต้ มานชินี

มานชินี คือยอดกองหน้าที่ประสบความสำเร็จทั้งแชมป์กัลโช รวมทั้งยุคทองของ ซามพ์โดเรียยุค 80 ที่มีทั้ง วูยาดิน บอสคอฟ ต่อด้วย สเวนโกรัน อีริคส์สัน เขาคือดาวยิงทีมชาติอิตาลีด้วยเช่นกัน

เมื่อเป็นโค้ชเขาพาทีมแมนฯซิตี คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีกครั้งแรก การคุมลาซิโอในกัลโช การมีประสบการณ์งานโค้ช คงไม่มีใครไปติงได้เช่นกัน แฟนบอลอิตาลีรู้จักเขาดีอยู่แล้ว ฮีโรทีมชาติที่สู้ทุกสถานการณ์ เขาทุ่มเทในและนอกสนาม

วันที่ยิงประตูให้ทีมชาติในยูโร 1988 เขาดีใจอย่างสะใจต่อหน้าสื่ออิตาเลียนที่วิจารณ์เขาเป็นชิ้นดี จนเพื่อนร่วมทีมต้องดึงกลับมา ท่าทีอันก้าวร้าวใส่สื่อ แสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดในตัวของเขา แบบไม่เกรงกลัวใคร

การเป็นตัวเลือกในทีมชาติอิตาลีเมื่อ 15 พ.ค. 2018 ไม่ใช่ตัวเลือกที่เลวร้ายแน่นอน แต่สิ่งที่นักข่าวตั้งข้อสังเกตก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ในประเด๋นที่ว่าเขาจะมาทำอะไรได้มากน้อยขนาดไหน เพราะ อันเชลลอติ คือตัวเลือกที่แฟนบอลและสื่ออยากให้มาคุมทีมชาติมากที่สุด

ถึงขั้นที่แฟนบอลใน กัสเซตต้า เดลโล สปอร์ วิจารณ์ มานชินีว่า “เราคงไม่ได้ไปยูโร เพราะคุณเป็นโค้ชนั่นแหละ”

สามปีต่อมา….อิตาลีไม่ใช่แค่เข้ามาแข่งขันยูโร แบบชนะรวดสิบนัดไม่แพ้ใครยิง 37 เสีย 4 ลูก พวกเรากลับได้รับการยอมรับจากสื่อทั่วยุโรปว่านี้คืออิตาลีโฉมใหม่ที่เล่นบอลรุกได้สนุกสนาน ดุดัน
สื่อทีวี, หนังสือพิมพ์, นักเตะเก่าในอิตาลีเองต่างพากันยกย่อง และพูดถึงความเก่งกาจของมานชินี กันใหญ่โต

อะไรคือสิ่งที่ มานชินี ทำ….นับจากคุมทีมวันแรก

เขาให้โอกาสนักเตะแจ้งเกิดกับทีมชาติถึง 35 คน เน้่นการเล่นบอลแบบไหลลื่น รุกไปข้างหน้า เขามีภาพจำจาก อเซวิโย วิชินี โค้ชทีมยูโรชุด 88 ที่เน้นเกมรุกตามที่เขาชอบ มากกว่าจะตีหัวเข้าบ้านเขาเลียนแบบโค้ช วิชินี ในการผสมผสานนักเตะวัยรุ่นกับชุดเก๋าแล้วต้องเล่นบอลให้สนุก รุกไปข้างหน้ามากกว่า “คาเตนัชโช”

ที่สำคัญ….นักเตะทั้งทีมคือพี่น้องท้องเดียวกัน เล่นด้วยสปิริตการต่อสู้เหมือนเพลงชาติอิตาลี “Brothers of Italy” (Fratelli d’Italia) ที่ คิลเอลลินี พูดว่า “ธงหนึ่งผืน กับความหวังร่วมกัน ทีรวมใจพวกเราเป็นหนึ่งเดียว”

“ความเป็นพี่น้อง” แสดงออกมาในเรื่องของการเล่นทีมอิตาลีชุดนี้ ในจังหวะที่แฟนบอลและคนทั้งชาติหดหู่กับการตกรอบบอลโลก มานชินี ค่อยๆสร้างความเชื่อมั่นขึ้นมาด้วยปรัชญาการเล่นเกมรุกของเขา

รวมทั้งฟุตบอลช่วยเยียวยาจิตใจประชาชนคนอิตาลี ที่ถูกโคโรนาไวรัส ระบาดหนักมากกว่าใครในยุโรปช่วงแรก มีผู้เสียชีวิตมากมาย

ดังนั้น ทีมมานชินี จึงเป็นทีมที่รวมใจนักเตะก่อนรวมใจคนทั้งชาติ ในช่วงเวลาอันยากลำบากของพี่น้องชาวอิตาเลียน เหล่านี้มันแสดงออกมาจากทีมฟุตบอลและการเล่นฟุตบอลของอิตาลี เมื่อพวกเขาชนะสเปนได้ในการดวลจุดโทษรอบรองชนะเลิศ ลอเรนโซ อินซิเย วิ่งไปหยิบเสื้อ สปินาสโซลา มาสวมใส่ พร้อมกับตะโกนเรียกชื่อ “สปินา”กับเพื่อนร่วมทีม แสดงถึง “สปิริต” การต่อสู้ทั้งทีม

บรรยากาศในทีมเมือชนะมันก็ชื่นมื่น แต่ก่อนชนะคือการต่อสู้ร่วมกันเป็นทีมของ ทีมมานชินี แม้กระทั่งบรรยากาศในทีม พ่อครัวปรุงพิสซา ย่างบาบีคิวกินด้วยกัน คือการมีส่วนร่วมที่ทุกคนสร้างขึ้น

โดยมีผู้นำคือ มานชินี ที่มาพร้อมกันกับทีมงานของเขา จากแก๊งค์ ลาซามพ์ “บลูเชอร์คิอาตี” ทั้ง จิอันลูกา วิอัลลี หัวหน้าคณะนักฟุตบอล เอวานี, ลอมบาร์โด ที่เป็นตัวหลักในทีมลาซามพ์ ยุค 90 รวมทั้งโค้ชประตู และ เด รอสซี โค้ชยู 21 ที่เป็นสต๊าฟของทีมชุดนี้เช่นกัน

โดยเฉพาะ มานชินี กับ วิอัลลี เติบโตเล่นบอลมาด้วยกัน รู้ทางกันดี แม้ว่าครั้งนี้ วิอัลลี ไม่ต้องเป็นสต๊าฟโค้ช แต่เขาคือส่วนหนึ่งในทีมชุดนี้

ว่ากันว่า มานชินี ออกจากบ้านตั้งแต่อายุ 13 ขวบ คอร์ริเอเร เดลลา เซรา ทำสกู๊ปว่าเขาโทรศัพทก์กลับบ้านวันละสิบครั้ง โดยแม่ของเขาบอกว่า “แกต้องการอะไรหรือ โรแบร์โต้” เขาตอบแม่ว่า “เปล่าครับแม่ ผมอยากได้ยินเสียงแม่ครับ”

ความซาบซึ้งใจที่สื่ออิตาเลียนพยายามทำประเด็นดรามาฟุตบอล มีหลายเรื่อง อย่างช่วงที่ สปินาสโซลา เจ็บจนต้องออกจากการแข่งขันทั้งทัวร์นาเม้นต์ แม่เขาโทรหา “สปินา แกลองนึกดูนะ ต้องสู้นะ” แม่ของสปินา หมายถึงเมื่อตอนอายุ 14 เขาบาดเจ็บในการฝึกซ้อมแล้วอยากกลับบ้าน ไม่อยากเล่นบอลแล้ว

วันนี้ เขาเจ็บหนักอีกครั้ง แต่แม่เขาก็โทรให้กำลังใจ สปินาสโซลา อยู่กับทีมหลังจากใส่เฝือกและใช้ไม้ค่ำยันตามทีมไปทุกเกมหลังจากนัดเตะเบลเยียม เขาบินมาลอนดอนพร้อมทีมชาติชุดนี้

ฟรานเชสโก อแชร์บี ที่เป็นมะเร็งสองครั้งรักษาจนหายขาดแล้วเล่นบอลได้ จะมีความเขื่อว่าเขาคือคนที่ต้องขึ้นรถบัสเป็นคนแรก จีจี ดอนนารุมมา จะต้องขึ้นเป็นคนสุดท้าย มีครั้งหนึ่งก่อนเกมแรกที่เตะกับตุรกี ปรากฏว่าทุกคนลืม วิอัลลี รถบัสออกไปแล้ว พอทราบว่า วิอัลลี ยังไม่ได้ขึ้นรถ ก็จอดรอให้ วิอัลลี นั่งแทกซีมาขึ้นรถบัสกลางทาง

จากนั้นทุกคนทำตามความเชื่อในโชคลางนี้ โดย อแชร์บี ขึ้นคนแรก ดอนนารุมมา ขึ้นคนสุดท้ายและต้องไม่ลืม วิอัลลี

เรื่องราวเหล่านี้ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และทีวีอิตาลีทำสารคดีให้แฟนบอลได้ติดตาม อย่างมีความสุขเมื่อผลของฟุตบอลเป็นใจ แน่นอนช่วงบอลยูโร เรทติ้งฟุตจบอลก็ติดอันดับเหมือนเดิม ผู้คนกว่า 20 ล้านคนเฝ้าชมทางทีวี ติดอันดับรายการที่ผู้ชมสูงสุดเป็นอันดับทอป 25 ของประเทศ

นั่นมันเกิดจากการทำงานของ มานชินี ที่พาทีมมาด้วยแนวคิด “พี่น้องอิตาลี” กับทีมฟุตบอลชุดนี้

อีกหนึ่งแก่นของเรื่องต้องกล่าวถึง
👇👇👇

สปิริตแห่ง…ลาซามพ์👍👍
โรแบร์โต มานชินี รับงานจาก ลุยจิ ดิ เบียโจ “โค้ชรักษาการ” แทน จามปิเอโร เวนตูลา โดนปลดออกไป เขารับงานเมื่อ เมื่อ 15 พ.ค. เขาตัดสินใจเลือกทีมงานของเขามาพร้อมหน้าพร้อมตาและไม่มีอะไรเป็นเรื่องซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากนักเมื่อทุกคนเห็นรายชื่อทีมงานของเขา

นี่มันคือการรวมตัวของแก๊งค์ ซามพ์โดเรียที่ยิ่งใหญ่ยุค 90 แชมป์กัลโช เซเรียอา และเข้าชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก 1992 ที่เวมบลีย์ (แพ้บาร์เซโลนา)

แก๊งค์ “บลูเช่อคิอาตี้” เลือกมาหลายคน
เริ่มจากตัวเขาเอง มานชินี ในฐานะยอดดาวยิงซามพ์โดเรียและทีมชาติอิตาลียุค 90 ทุกคนคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว เช่นเดียวกันกับร่วมทีมปีกตัวจี๊ดอย่าง อัตติลิโอ ลอมบาร์โด ที่รับบทเป็นผู้ช่วยโค้ชของ มานชินี ทีมชาติชุดนี้

อัลแบริโก เอวานี อดีตกองกลางผู้ปิดทองหลังพระ โด่งดังกับ เอซี มิลาน ก่อนย้ายมา ซามพ์โดเรีย ยุคเดียวกันกับ มานชินี พอดี ก็ร่วมทีมกันหลายปีอยู่เหมือนกัน คุ้นเคยกันพอสมควร รวมทั้งเล่นทีมชาติด้วยกัน เอวานี คุมทีมชุด 17-19 และล่าสุด 21 ให้อิตาลี ก็เหมาะสมทุกอย่าง
ช่วงถ่ายทอดสดจะเห็นคนที่มีหนวดเวลาเปลี่ยนตัวและอธิบายแทกติกให้ตัวสำรอง แฟนกัลโชย่อมจำได้ นั่นละครับ

ยูลิโอ นูชารี …ผู้ช่วยโค้ชที่รับบทเป็นโค้ชประตูด้วย เพราะเขาคืออดีตประตูของซามพ์โดเรีย ชุดเดียวกันกับ มานชินี แต่เป็นมือสำรองจาก จิอันลูกา ปายูกา แต่พอเลิกเล่นแล้วเขาเข้าวงการโค้ช โดย มานชินี ดึงมาเป็นโค้ชประตูที่ลาซิโอ, อินเตอร์ ก่อนที่ มานชินี ดึงมาช่วยงานทีมชาติอิตาลี

ฟาอุสโต ซัลซาโน …วัย 58 ปี กองกลางร่วมทีมเดียวกันกับ มานชินี ในทีม ซามพ์โดเรีย เขาเล่นกับทีมสองรอบ คุ้นเคยกับย มานชินี พอสมควร พอจับงานโค้ช มานชินี ดึงมาทำงานกับเขาที่ แมนฯซิตี้, อินเตอร์ และก็มาต่อที่ทีมชาติอิตาลี นั่นเอง

ดานิเอเล เด รอสซี…แม้ไม่มีอะไรที่เชื่อมโยงกับ ซามพ์โดเรีย แต่ เด รอสซี คือโค้ชทีมชาติอิตาลีชุดเล็ก จนมาทำทีมชุด 21 ปีด้วย เขาคือคนรุ่นใหม่ที่ก้าวเข้ามารับงานโค้ช แตกต่างจากเพื่อนซี้ ฟรานเชสโก ตอตติ เด รอสซี ถูกมองว่าจะเป็นทายาทของ มานชินี หรือไม่ก็รับงานคุมทีมชาติอิตาลีในอนาคตอย่างไม่ต้องสงสัย

ลืมไม่ได้ จิอันลูกา วิอัลลี….กองหน้าคู่หูของ มานชินี ในทีมซามพ์โดเรีย และทีมชาติในบางช่วง คู่ซี้ที่แยกจากกันได้ยาก วิอัลลี นับถือและเรียก มานชินีว่า “พี่ชาย” เขารับตำแหน่ง “ผู้จัดการทีมทั่วไป” ในทีมชาติชุดนี้

ภาพการสวมกอดกันกลมหลังจากทีมผ่านสเปนเข้ามาชิงชนะเลิศ
คือภาพที่ทุกคนโดยเฉพาะแฟนๆลาซามพ์ ซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง

แน่นอนครับ ความเป็นสถาบันของทีมชาติอิตาลีชุดนี้ก็ไม่แตกต่างจากหลายๆชาติในยุโรปที่มักนำนักเตะเก่าที่เป็นฮีโรและแฟนบอลรู้จักมาทำงานในอีกบทบาท
วันนี้ทีมชาติอิตาลี กลับคืนสู่เวทีระดับโลกอีกครั้งหลังตกรอบคัดกเลือกบอลโลก 2018 ด้วยผลงานของ มานชินี และ ซามพ์โดเรีย คอนเนคชั่น

อันเป็นหัวใจในการนำทีมสู่การเล่นอย่างยอดเยี่ยมจนคว้าแชมป์ยูโร สมัยที่สอง
พร้อมทั้งปลุกกระแสบอลกัลโช ให้มีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง

 

ขอขอบคุณบทความ:แจ็คกี้ อดิศรณ์ พี่งยา